ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารสนเทศ
ปัจจุบันนี้เป็นยุคข้อมูล
ข่าวสาร และความรู้หรือบางคนอาจกล่าวว่าเป็นยุคของสังคมสารสนเทศ
นั่นเอง ที่มีการศึกษาค้นคว้า
วิจัยและทดลองในสาขาวิชาต่างๆมากมาย ทำให้เกิดมีความต้องการใช้ ข้อมูล
ข่าวสาร สารสนเทศเพิ่มมากขึ้น
ประกอบกับความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เอื้ออำนวยให้
เพิ่มปริมาณสารสนเทศได้อย่างรวดเร็ว
สามารถรับข้อมูลข่าวสารได้ทุกทิศทุกทางจึงเกิดเป็นโลกไร้พรมแดน
ผู้ที่สามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารจากทุกสารทิศได้มากที่สุดและรู้จักนำข้อมูลทั้งหลายเหล่านั้นมาประมวลผลเพื่อประกอบการตัดสินใจ
ในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง
ไม่ว่าทางสังคมเศรษฐกิจ การศึกษาและธุรกิจต่างๆต้องรู้จักใช้ข่าวสารให้เป็นประโยชน์แก่การดำเนินชีวิตตนเอง
แก่อาชีพของตน แก่ชุมชน แก่สังคมของตน ใช้ข่าวสาร
ความรู้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ในสังคมข่าวสาร การที่จะมีพลังได้นั้น
นอกจากมีอำนาจเงินตราแล้วยังไม่พอต้องมีความรู้ด้วย
ความหมาย
สารสนเทศ หรือสารนิเทศ (Information) คือ ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ที่ผ่านกระบวนการประมวลผล และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือทำงานได้ แต่ข้อมูลนั้นต้องทันเวลา
สารสนเทศไม่มี"ตัวตน"แต่มี"ความหมาย"
ความสำคัญของสารสนเทศ
ใช้กำหนดแนวทางการพัฒนา
นโยบายพัฒนาประเทศ เช่น เศรษฐกิจ
การพัฒนามนุษย์และสังคมโดยสร้างความรู้และนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต ใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา ช่วยวางแผนและช่วยตัดสินใจในด้านต่างๆ
ประเภทของสารสนเทศ
1.จำแนกตามแหล่ง มี 3 ประเภท คือ
1.1. ปฐมภูมิ
คือ ข้อมูลต้นแหล่งโดยตรง
1.2. ทุติยภูมิ
คือ เป็นข้อมูลที่สรุปหรือย่อมาแล้ว
1.3.
ตติยภูมิ คือ ทำขึ้นเพื่อนค้นหาปฐมภูมิและทุติยภูมิ เช่น ห้องสมุด
2.จำแนกตามสื่อ ได้แก่
2.1.
กระดาษ คือ บันทึกการเขียนการพิมพ์
2.2.
วัสดุย่อลื่น คือ สื่อที่ถูกสำเนาย่อส่วนลงในแผ่นพิมพ์ เช่น
หนังสือพิมพ์
2.3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ
สื่อแม่เหล็ก คือ เทปบันทึกเสียง ฮาร์ดดิส เป็นต้น
2.4. สื่อแสง หรือ สื่อออปติก (Optical Media) คือ
สื่อที่ใช้แสงในการบันทึกหรืออ่านข้อมูล
เช่น CD-ROM DVD ฯ
คุณสมบัติของสารสนเทศ
1.
เข้าถึงได้ง่าย (Accessibility) ความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงสารสนเทศ เพื่อนำสารสนเทศไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจ
2. ถูกต้อง (Accurate) สารสนเทศที่ดีต้องมีความเที่ยงตรง และเชื่อถือได้ เช่น สารสนเทศที่ดีต้องไม่นำเอาข้อมูลที่ผิดพลาดเข้าสู่ระบบ
3.
ครบถ้วน (Completeness) สารสนเทศที่ดีต้องมีความสมบูรณ์ที่จะช่วยในการตัดสินใจ
เป็นไปด้วยความถูกต้อง เช่นการกำหนดราคาสินค้า
4.
เหมาะสม (Appropriateness) สารสนเทศตรงกับความต้องการ
ของผู้ใช้มากน้อยเพียงใด
5.
ทันต่อเวลา (Timeliness) สารสนเทศต้องได้มาให้ทันต่อเวลาในการใช้งาน
สารสนเทศต้องมีระยะเวลาสั้น มีความรวดเร็วในการประมวลผล เพื่อผู้ใช้สารสนเทศจะได้รับสารสนเทศได้ทันเวลา
6. ชัดเจน (Clarity) สารสนเทศที่ไม่ต้องมีการตีความ ไม่กำกวม ไม่คลุมเครือ
และไม่ต้องหาคำตอบเพิ่มเติม
7. ยืดหยุ่น (Flexibility)
เป็นสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างกว้างขวาง ใช้ได้ในหลายสถานการณ์
8. สามารถพิสูจน์ได้
(Verifiability) สารสนเทศนั้นต้องสามารถพิสูจน์หรือตรวจสอบได้ว่าเป็นความจริง
9.
ซ้ำซ้อน (Redundancy) สารสนเทศที่ดีต้องไม่มีความซ้ำซ้อน
10.
ไม่ลำเอียง (Bias) สารสนเทศที่ไม่มีเจตนาในการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขตามที่ได้กำหนดหรือหาข้อยุติ
ไว้ล่วงหน้า
แหล่งสารสนเทศ
1.
สถาบัน เช่น ห้องสมุด ศูนย์สารสนเทศ สำนักวิทยบริการ พิพิธภัณฑ์
หอจดหมายเหตุ ศูนย์วัฒนธรรม และหอศิลป์ เป็นต้น
2. สถานที่ เช่น
ปราสาทเขาพระวิหาร สวนส้ม ไร่นาสวนผสม ฟาร์มจระเข้ และเมือโบราณ เป็นต้น
3. บุคคล เช่น นักบวช กวี ศิลปิน
นักปราชญ์ ราชบัณฑิต ภูมิปัญญาชาวบ้าน นักวิทยาศาสตร์
4. เหตุการณ์
กิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นจริง เช่น 14 ตุลา ในปี พ.ศ. 2516
, พฤษาทมิฬ ในปี พ.ศ. 2535 เหตุการณ์ 911 หรือ การก่อการร้ายตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์
เมื่อวันที่ 11 กันยายน2544,
5.
สื่อมวลชน ได้แก่ วิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์
6. อินเตอร์เน็ต
แหล่งข้อมูลของทุกอย่างของโลก
ทรัพยากรสารสนเทศ แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ
1. ทรัพยากรตีพิมพ์ (Printed Materials) คือ
เป็นตัวหนังสือถ่ายทอดโดยการอ่าน

- หนังสือพิมพ์ (Newspapers) เป็นสิ่งพิมพ์ที่ให้สารสนเทศรายวัน เป็นการรายงานข่าวเหตุการณ์ประจำวัน ความเปลี่ยนแปลง ความเป็นไปของสังคมนั้นๆ
- จุลสาร (Pamphlet) สิ่งพิมพ์ขนาดเล็กที่มีเนื้อหาเฉพาะด้าน
อาจจะเป็นกระดาษชิ้นเล็กๆเพียงแผ่นเดียว หรือเป็นแผ่นพับ เนื้อหาจะมีความทันสมัยเพียงชั่วเวลาหนึ่ง
- กฤตภาค (Clipping) เป็นสิ่งพิมพ์ที่นำเรื่องราว
สารสนเทศที่สำคัญจากหนังสือพิมพ์ วารสาร หรือแผ่นพับ
2. ทรัพยากรไม่ตีพิมพ์ (Non
printed Materials)
- ทัศนวัสดุ (Visual Materials) เป็นการมองเห็นหรือสัมผัสเพื่อรับรู้สารสนเทศโดยการดู หรืออาจจะดูด้วยตาเปล่า
เช่น แผนภูมิ แผนที่ รูปภาพ เป็นต้น
- โสตวัสดุ (Audio
Materials) เป็นสารสนเทศที่รับรู้ด้วยการฟังเสียง เช่น เทปเสียง แผ่นซีดี
รายการวิทยุกระจายเสียง เป็นต้น
3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic
Media) คือ สัญญาณไฟฟ้าในระบบคอมพิวเตอร์นั่นเอง
สามารถบันทึกสารสนเทศได้ทั้งที่เป็นตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ ภาพนิ่ง
ภาพเคลื่อนไหว ได้แก่ ฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์
โดยจำแนกออกเป็น
- ฐานข้อมูลออฟไลน์ ข้อมูลตามแผ่น CD-Rom หรือสื่อต่างๆ
ที่มา:http://encryptedbn0.gstatic.com/imagesq=tbn:ANd9GcQkTZmtKzU4TricJM_ucpQ1U2K6a3UT3tCfdBAB9isWs98esCiw


.jpg)